Posted by Unknown on 23:27 with 430 comments


กำหนดการให้กู้ยืม ปีการศึกษา 2558 (กยศ.)
ประกาศกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เรื่อง กำหนดการให้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2558



 









ขอบเขตการให้กู้ยืมเงิน ปีการศึกษา 2558
   
►   ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เรื่อง กำหนดขอบเขตการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาประจำปีการศึกษา 2558






คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้
          ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี รายได้ต่อครอบครัว พิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
          (1) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของบิดามารดา ในกรณีที่บิดา มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง
          (2) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองมิใช่บิดา มารดา
          (3) รายได้รวมของนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของคู่สมรสในกรณีที่ผู้ขอกู้ยืมได้ทำการสมรสแล้ว
        
3. มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้
          3.1 เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา
          3.2 เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย เช่น หมกมุ่นในการพนัน เสพยาเสพติดให้โทษ ดื่มสุราเป็นอาจิณหรือเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงเริงรมย์เป็นอาจิณ เป็นต้น
          3.3 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดการควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง หรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ
          3.4 ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน
          3.5 ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา
          3.6 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
          3.7 ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
          3.8 ต้องมีอายุในขณะที่ขอกู้ โดยเมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี

         กรณีที่ผู้ขอกู้ยืมรายใดเคยกู้ยืมเงินกองทุน กยศ.หรือกองทุน กรอ. มาแล้ว แต่ผิดนัดชำระหนี้ และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี และ/หรือเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาแล้ว ผู้ขอกู้ยืมรายนั้นสามารถกู้ยืมเงินกองทุนต่อไป หากได้ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนเสร็จสิ้นแล้ว

คุณสมบัติของผู้รับรองรายได้
          ในการรับรองรายได้ของผู้กู้ยืม ให้ผู้ขอกู้ยืมจัดหาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นผู้รับรอง

         1.  เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัว
              เจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542 (ดาวน์โหลด พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่
              ของรัฐ พ.ศ.2542)


2.  สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

3.  หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่

เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากู้ยืมเงิน
การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน
      -  การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน และหนังสือให้ความยินยอม
         
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
      -  แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันจำนวนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่อง
         กับการศึกษา และค่าครองชีพ (สัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/
         แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) 


          1.  การทำสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ผู้ขอกู้ยืมและสถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้อง หากมีการแก้ไขให้ผู้กู้ยืมเงินหรือสถานศึกษาดำเนินการผ่านระบบ e-Studentloan ก่อนการจัดพิมพ์


          2.  สัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ จะต้องจัดพิมพ์จากระบบ e-Studentloanของกองทุนอย่างละ 2 ฉบับ และต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองเท่านั้น โดยลายมือชื่อผู้ให้กู้/ผู้มีอำนาจลงนามของสถานศึกษาต้องเหมือนกับตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาที่ส่งให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

          3.  ให้สถานศึกษาตรวจสอบสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ และเอกสารประกอบให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทุกฉบับก่อนรวบรวมส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม โดยปฏิบัติดังนี้
                    3.1  ตรวจดูชื่อ/นามสกุลผู้กู้ยืมเงิน ตรงกับลายมือชื่อจริง
                    3.2  ตรวจดูการลงรายละเอียดในสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้ครบถ้วนถูกต้องทุกช่อง เช่น ชื่อผู้กู้ยืมเงิน ชื่อผู้ค้ำประกัน ฯลฯ
                    3.3  ตรวจเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงินให้ครบถ้วน โดยให้ลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงิน แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ เป็นแบบเดียวกับที่ลงลายมือชื่อในเอกสารประกอบต่างๆ
                    3.4  ตรวจสอบให้ผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ยืมเงิน ผู้ค้ำประกัน และคู่สมรสผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญากู้ยืมเงินให้ครบทุกช่อง พร้อมทั้งลายมือชื่อของพยาน หากผู้กู้ยืมเงินอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายลงลายมือชื่อในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมด้วย (ห้ามใช้ตรายางประทับแทนการลงลายมือชื่อ)
                    3.5  หากผู้ค้ำประกันไม่สามารถมาลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารสถานศึกษา ให้ตรวจดูว่ามีลายมือชื่อเจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่หรือท้องถิ่น ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านหรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพของผู้ค้ำประกันรับรองมาหรือไม่

          4.  เมื่อสถานศึกษาตรวจสอบสัญญา และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพถูกต้อง และครบถ้วนแล้วให้สถานศึกษาเข้าระบบ e-Studentloan เพื่อยืนยันความถูกต้องของสัญญา และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ก่อนนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

          5.  ให้สถานศึกษาจัดส่งสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ และเอกสารประกอบที่ลงนามแล้ว ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมแบบละ 1 ฉบับ และคืนคู่ฉบับทุกแบบให้ผู้กู้ยืมเก็บไว้อย่างละ 1 ฉบับ

          6.  ห้ามมิให้สถานศึกษาเก็บสัญญากู้ยืมเงิน และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ของผู้กู้ยืมเงินไว้หากต้องการเก็บเป็นหลักฐานให้ถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐานแทน

การยกเลิกสัญญา และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียน
          ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินมีความต้องการยกเลิก แก้ไข/เปลี่ยนแปลงสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนที่ได้ทำการส่งข้อมูลให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) แล้ว ให้ผู้กู้ยืมติดต่อสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

1.  ทำการยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียน ในระบบ e-Studentloan ตามที่กองทุนกำหนด และพิมพ์แบบฟอร์มยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนพร้อมทั้งแบบฟอร์มคืนเงิน (ในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนนั้นแล้ว)

2.  ส่งแบบฟอร์มยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน และ/หรือแบบยืนยันการลงทะเบียนเรียนให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทันทีที่ทำเสร็จ

3.  นำแบบฟอร์มคืนเงินไปชำระเงินที่สาขาของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) แล้วส่งเอกสาร (แบบฟอร์มและใบนำฝากหรือ PAY IN SLIP) มายังฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือฝ่ายนโยบายรัฐธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย


การค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกันต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ดังนี้

          1.  บิดา มารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือคู่สมรส หรือ
          2.  บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมประจำสถานศึกษากำหนดให้เป็นผู้ค้ำประกันได้



แนวปฏิบัติเรื่องการค้ำประกัน


          1.  กรณีที่นักเรียน/นักศึกษา ไม่มีบิดา มารดา ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้ให้การยินยอมในการทำนิติกรรมสัญญาและเป็นผู้ค้ำประกัน “ผู้ปกครอง” ได้แก่ ผู้ปกครองตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 กฎกระทรวง ระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผู้ปกครอง นักเรียน/นักศึกษา ซึ่งหมายถึง บุคคลซึ่งรับนักเรียน/นักศึกษาไว้ในความปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดู หรือบุคคลที่นักเรียน/นักศึกษาอาศัยอยู่
          2.  กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันไม่ยินยอมลงนามให้ความยินยอมค้ำประกัน ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
          3.  กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันมอบอำนาจให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อฝ่ายเดียวแทน ให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้
          4.  ผู้ค้ำประกันไม่สามารถเพิกถอนการค้ำประกันได้ ในระหว่างเวลาที่ผู้กู้ยืมเงิน ต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงิน
          5.  ในการทำสัญญากู้ยืมเงินแต่ละครั้ง ผู้กู้ยืมเงินอาจเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ค้ำประกันคนเดิม
การส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน
         ก่อนสิ้นภาคการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินค่าเล่าเรียน และ/หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาที่สถานศึกษาได้รับจริงจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายซึ่งเป็นข้อมูลหลังจากเสร็จสิ้นการเพิ่ม-ถอนรายวิชาแล้วผ่านระบบ e-Audit ของกองทุนเพื่อตรวจสอบหากไม่สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีเหตุอันควร กองทุนจะพิจารณาระงับการโอนเงินให้แก่สถานศึกษาสำหรับภาคการศึกษาถัดไปก็ได้
          ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนต้องส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมให้แก่กองทุนก่อนสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาคของสถานศึกษานั้น หากมิได้ส่งคืนเงินภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว กองทุนมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด”


ค่าธรรมเนียมของการส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงิน


          สถานศึกษาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เนื่องจากการคืนเงินกองทุนดังกล่าว ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะต้องนำยอดเงินของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายไปลดยอดหนี้รายบุคคล เปรียบเสมือนการชำระหนี้ก่อนกำหนด ดังนั้น ผู้กู้ยืมจึงต้องเป็นผู้รับภาระดังกล่าว โดยธนาคารจะหักจากยอดเงินของผู้กู้ยืมเงินที่ส่งคืนเงินกองทุนรายการละ 10 บาท
          กรณียอดเงินส่วนที่ส่งคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงินน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 บาท  จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม


แนวปฏิบัติเรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ค้ำประกัน


           1.  กรณีที่ผู้กู้ยืมได้บันทึกรายละเอียดผู้ค้ำประกัน(ขั้นตอนที่ 4 ในระบบ e-Studentloan) แต่ยังมิได้มีการทำสัญญาหากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้ มีสัญชาติไทยก็ดี หรือเพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน เห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกันในระบบ e-Studentloan ได้
          2.  กรณีที่ผู้กู้ยืมได้มีการทำสัญญาแล้วแต่อยู่ในขั้นตอนสถานศึกษาตรวจสัญญา (ขั้นตอนที่ 5 ในระบบ e-Studentloan) และผู้บริหารสถานศึกษายังมิได้ลงนามในฐานะผู้ให้กู้ยืม หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน เพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทยก็ดี หรือเพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน เห็นว่า ควรอนุญาตให้ผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงแก้ไขผู้ค้ำประกัน โดยการทำสัญญาฉบับใหม่ หรือใช้วิธีขีดฆ่าชื่อผู้ค้ำประกันเดิม และระบุชื่อผู้ค้ำประกันคนใหม่แล้วลงนามกำกับ และให้ผู้ค้ำประกันคนใหม่ลงชื่อในฐานะผู้ค้ำประกันด้วย
          3.  กรณีที่ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน และผู้ให้กู้ยืม(ผู้บริหารสถานศึกษา) ได้ลงนามในสัญญาค้ำประกันแล้ว หากผู้กู้ยืมประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำประกันเพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมไม่ได้มีสัญชาติไทย เพราะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ดี กรณีนี้กองทุน ขอให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญา เพื่อให้ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกันคนใหม่ และผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้ให้กู้ยืม ลงนามในบันทึกข้อตกลง แล้วส่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้ธนาคาร
          4.  กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอนเงินค่าเล่าเรียนแล้วไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการค้ำประกันได้


การจ่ายเงินกู้ยืม
1.  ค่าครองชีพ

          กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของผู้กู้ยืมเงินครั้งแรก ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่กองทุนส่งข้อมูลการยืนยันสัญญาฯ และแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพของสถานศึกษาจากระบบ e-Studentloan ให้กับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม และจะจ่ายเงินค่าครองชีพให้ผู้กู้ยืมเงินทุกเดือน ในวันที่เคยจ่ายเงินให้ผู้กู้ยืมครั้งแรก


2.  ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา

          กองทุนจะจ่ายเข้าบัญชีของสถานศึกษาหลังจากผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมตรวจสอบสัญญา/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพว่าถูกต้องและครบถ้วนตรงกับข้อมูลที่ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
ได้รับจากระบบ e-Studentloan โดยจะโอนทุกวันที่ 10 และ 20 ของเดือน
          กรณีสัญญา/แบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพไม่ถูกต้อง ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะแจ้งให้สถานศึกษาทราบโดยทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Auto mail) เพื่อให้สถานศึกษาแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่อแก้ไขเสร็จสิ้นแล้วให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารเพิ่มเติมจากระบบ e-Studentloan แนบมาพร้อมกับเอกสารที่แก้ไขแล้วส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมดำเนินการต่อไป
          ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมจะจัดส่งรายงานการโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับสถานศึกษาทาง Auto mail ตามจำนวนครั้งที่โอนเงิน หากไม่ได้รับ Auto mail ให้สถานศึกษาติดต่อกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม


รายการเอกสาร/หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากู้ยืมเงิน

1.  แบบคำขอกู้ยืมเงินที่จัดพิมพ์ออกจากระบบ e-Studentloan และแบบคำขอกู้ยืมเงินที่เป็นเอกสาร(แบบ กยศ.101)

2.  เอกสารของผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน

          -  สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
          -  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน



3.  เอกสารของบิดา และมารดา หรือผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน
          -  สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
          -  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน


4.  เอกสารประกอบการรับรองรายได้ ดังนี้

          4.1  กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมเงินมีรายได้ประจำ ให้ใช้หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนของบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี
          4.2  กรณีบิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน หรือคู่สมรสของผู้ขอกู้ยืมเงินไม่มีรายได้ประจำให้ใช้หนังสือรับรองรายได้ครอบครัวของผู้ขอกู้ยืมเงิน (แบบ กยศ.102) และสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรองรายได้



5.  หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษา (แบบ กยศ.103)

6.  แผนผังแสดงที่ตั้งของที่อยู่อาศัย พร้อมรูปถ่ายที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

7.  ใบแสดงผลการศึกษา/สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา


8.  เอกสารอื่นๆ ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาเพิ่มเติม


* หมายเหตุ  : สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อ โดยเจ้าของเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา บิดาต้องเป็นผู้รับรองสำเนาถูกต้อง เป็นต้น

การแจ้งสถานภาพและการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้กู้ยืมเงิน
หน้าที่ของผู้กู้ยืมเงิน

หน้าที่ของผู้กู้ยืมเงิน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
          1.  ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมตรงกับความเป็นจริง
          2.  ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ด้วยตนเอง และต้องเก็บรักษารหัสผ่านที่ได้รับจากกองทุนไว้เป็นความลับ หากผู้กู้ยืมเงินยินยอมให้บุคคลอื่นดำเนินการเกี่ยวกับ
การกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan แทนให้ถือว่าผู้กู้ยืมเงินเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง

          3.  ต้องแจ้งการเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา และจบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาภายใน 15 วันนับแต่วันเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา จบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) (ตามแบบ กยศ.108)
          4.  ต้องแสดงตนต่ออาจารย์ที่ปรึกษาอย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้ง
          5.  ต้องแจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาไปที่ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) หากยังมีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษาอยู่แต่ไม่ได้กู้ยืมเงินกองทุน (ตามแบบ กยศ.204)
          6.  ต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงาน พร้อมจำนวนเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มทำงาน

          ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนงาน หรือสถานที่ทำงาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้กู้ยืมต้องแจ้งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบภายใน 30 วัน



หน้าที่ของสถานศึกษา

          1.  สถานศึกษามีหน้าที่รายงานผลการศึกษาของผู้กู้ยืมเงินที่กำลังศึกษาอยู่ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)ทราบ (ตามแบบ กยศ.110)ทุกสิ้นปีการศึกษา (มาตรา 51)
          2.  ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินพ้นสภาพการเป็นนักเรียน/นักศึกษาไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด สถานศึกษาต้องแจ้งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ทราบ (ตามแบบ กยศ. 109) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พ้นสภาพ (มาตรา 51)


หน้าที่ของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) 

          กรณีผู้กู้ยืมเงินถึงแก่ความตาย ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม(บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ระงับการโอนเงิน และส่งรายงานพร้อมหลักฐานการถึงแก่ความตายให้กองทุนทราบ


ขั้นตอนการให้กู้ยืมเงินของนักเรียน/นักศึกษา
ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ที่ไม่เปลี่ยนระดับการศึกษา และไม่เปลี่ยนสถานศึกษา



ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ที่เปลี่ยนระดับการศึกษา หรือปลี่ยนสถานศึกษา



ผู้กู้ยืมเงินรายใหม่



การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร
การเปิดบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน
การเปิดบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน
ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK)
1. นักเรียน นักศึกษา เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทย โดยมีหลักฐาน ดังนี้
          -   หนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (ฉบับจริง)

          -   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
1. นักเรียน นักศึกษา เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สาขาของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยมีหลักฐาน ดังนี้
          -   หนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของสถานศึกษา (ฉบับจริง)
          -     สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. ติดต่อทำใบคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ได้ทั้งแบบมีสมุดคู่ฝาก หรือแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก โดยอนุโลมให้เปิดบัญชีเป็นศูนย์บาทได้ กรณีที่เปิดแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก นักเรียน นักศึกษาจะได้รายละเอียดของบัญชีเป็นหลักฐานการเปิดบัญชี2. ติดต่อทำใบคำขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝาก โดยอนุโลมให้เปิดบัญชีเป็นศูนย์บาท
3. กรณีที่ต้องการทำบัตร ATM ให้นักเรียน นักศึกษาแจ้งความประสงค์การขอมีบัตร ATM โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะบัตร ATM ประเภทบัตรธรรมดาใบที่ 1 เท่านั้น และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อครบปี โดยการหักเงินจากบัญชีโดยนักเรียน นักศึกษาจะต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า 100 บาท3. กรณีที่ต้องการทำบัตร ATM ให้นักเรียน นักศึกษาแจ้งความประสงค์การขอมีบัตร ATM โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะบัตร ATM ใบที่ 1 เท่านั้น และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อครบปี
4. กรณีที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก นักเรียน นักศึกษาจะต้องทำบัตร ATM และต้องสมัครใช้บริการ KTB Online ด้วย โดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับข้อ 3
-
5. กรณีที่นักเรียน นักศึกษาย้ายสถานศึกษาและขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ใหม่ ธนาคารกรุงไทยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป
-